ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ไสหัวมางานรับปริญญาของนู๋ว และคนที่ไม่ว่างมาไม่เป็นไร เข้าใจครัฟ 

 

  

อยากจะเล่าที่มาของการได้ทุนหน่อย เพราะถ้าพูดปากเปล่ามันจะฟังดูเทพเกินไป จริงๆแล้วได้มาง่ายมากจนอยากจะเอาหัวโขกหัวตัวเองตาย แต่ทำไม่ได้ เลยมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้

ขอเท้าความยาวถึงเมื่อวันนี้ของปีที่แล้ว ซึ่งนั่งคิดว่า ไอ้หยา เกรดเดี๊ยนเนี่ยมันก้ำกึ่งนะ ตอนนั้นเกรด 3.14 เฉลี่ยเทอมที่หก บวกกับปีสี่เกรดแม่งแจกกันกระจาย เรยบอกกตัวเองว่าเอาซะหน่อยหนาตัวเรา ... ณ จุดๆนั้นตั้งใจอ่านสอบมากๆ เพราะอยากได้เกรดดีๆ ซึ่งการจะถึง 3.25 (เมื่อตอนเรียนจบแบบหน่วยกิจไม่เกิน) แม่งต้องเอช้วน... โว้วววววววว ลุ้นตัวโก่ง .... วันผลสอบออก บอกตรงๆ เอากระดาษปิดหน้าจอค่อยๆเลื่อน.... A ... A ... A......................C.....ไอสัส!!!!!!!.... นอย ลากกระดาษออก มี B+ โผล่มาอีกสองตัว เชรี้ยวววววววววว แว้วๆ ณ จุดนั้นฝันสลาย หายไปไหนไม่รู้ นอยอยู่สองวัน แล้วก็รีบหาทางใหม่

  หลังจากผิดหวังในชีวิตครั้งที่หนึ่ง ความผิดหวังในชีวิตครั้งที่สองก็ย่างกรายเข้ามาด้วยความกากที่เสือกเลือกอาจารย์คุมซีเนียร์โปรเจ็คเป็นคนที่แจก C ... โดยส่วนตัวแล้ว แค่เกรดไม่เท่าไหร่ อาจารย์ดันทำตัว... เอี่ยะอ่ะ (เลวมาก นินทาอาจารย์) .... เรยเห็นว่า แบบนี้ไม่ไหวจะเคลียร์ ... เทอมสุดท้าย (เทอมแปด) เลยต้องลงทุนเรียนเกินมาสิบหน่วย เพื่อนๆคนอื่นลงกันเก้าหน่วย ผมซัดไปสิบเก้าหน่วย เอากันคลั่ง .. เรียนสะเปะสะปะมาก ทั้งวิธีวางแอร์ในอาคาร การประหยัดพลังงานในอาคารและโรงงาน  และทฤษฏีกลศาสตร์ของรถยนต์ (มั่วมาก ตกลงมึงจะเอาสายไหน เข้าใจซักอย่างได้มั้ย) บอกตรงๆว่ามีการลงเผื่อไว้แล้วว่าถ้าได้ B ตัวนึง เกรดก็จะยังเกิน 3.25 อยู่ ... เลยเผื่อตัวนั้นไว้ให้กับซีเนียร์โปรเจคเพราะอาจารย์แม่งคาดเดาการเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างแรง

  มรสุมชีวิตถาโถมเข้าใส่ในเทอมสุดท้ายของปีสี่ ที่แม่งเค้าลือกันว่าสบายจังไร อยากจะบอกว่า ลำบากหมาแดกมากครับผม กลับบ้านไม่เคยสว่าง เล่นไม่ได้เล่น วันๆทำงานง่กๆๆ อยากจะอ้วกออกมาห้าล้านรอบ แต่ก็อ้วกไม่ออก เลยกินเข้าไปแทน อร่อย ...... หลังจากที่เวลาผ่านไป..ไม่ไว...นาน.....ยิ่งทรมาณเลยยิ่งนาน ก็ผ่านพ้นวิกฤตชีวิตซีเนียร์โปรเจคดูดพลังก็เสร็จสิ้น ... พอผลคะแนนออก อาจารย์ให้ A ฮ่วย.. รู้งี้ลงสิบสองหน่วยก็พอ เหนื่อยตุ้มมาก แต่ไม่เป็นไร 

สุดท้ายความพยายามที่สั่งสมมาก็ทำให้เราได้รับเกรียนนิยมอันดับสองกันสาสมใจ นี่ไงๆ ขออวดเหอะ มันได้มาลำบากจริงๆนะครัฟ ไม่ได้ลำบากแค่เทอมสุดท้ายนะ ลำบากมาตั้งแต่ปีหนึ่ง .... แค่เทอมสุดท้ายมันไคลแมกซ์

 

ได้แค่สองก็ยังดี

สิ่งนี้จึงกลายเป็นใบเบิกทางต่อไป เพราะวันนึงอยู่ดีๆอาจารย์ก็มาบอกว่า มีทุนการศึกษาจากประเทศสวีเดน โดย นักเรียนที่ยื่นเรื่องได้เกียรตินิยมอันดับสองขึ้นไป (เออ พอดีกู) ก็เลยส่งเดชๆยื่นไป ... ช่วงก่อนหน้านั้นบอกตรงๆ มั่นใจมาก เกรดเยอะว้อย เอ้า สมัครงานๆๆๆๆๆๆ เย้วๆๆๆๆๆๆๆ ยื่นไปหลายสิบที่ ..... พอเรียนจบก็พบว่า.... ชาติสุนัข จังไร ไม่ติดซักที่เลยครัฟ เห้ยยยยย!!!! 

 

หลังจากนั้นก็มีชีวิตว่างงานอย่างเสียมิได้อยู่ซักพัก พอจะยื่นทุนก็คุยกะอาจารย์ ก็โดนอาจารย์หลอกว่าให้ไปสอบโทเฟลเลย... มีเวลาเตรียมตัวแค่อาทิตย์เดียว อ้าวจังไร .. เออช่างแม่ง สอบไว้ก่อน เน้นเซฟ ได้น้อยค่อยว่ากัน.... ผลออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ... คิดว่าถ้ามีเวลาเตรียมเยอะกว่านี้ก็คงไม่ได้เยอะกว่านี้    เรยไม่ได้สอบใหม่ ปล่อยไว้ นอกจากต้องสอบโทเฟลเผื่อ แล้วยังต้องไปทำตรวจสุขภาพไว้เลยด้วย ช่วงนั้นชีวิตหสหู่มากเพราะเค้าบอกให้ตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลจุฬา วะฮ่าๆ สวนลุมตรงนั้นเค้ากำลังสนานกันใหญ่เลยเย้ว  บอกตรงๆ ถ้าขั้นตอนพวกนี้ทำช้าไปหนึ่งอาทิตย์อาจจะได้รอยาวเลย แต่เสร็จก่อน สบายใจจุงงิฮิฮิ

 

หลังจากนั้นก็นั่งเครียดอยู่หลายวันเพราะเตรียมตัวสัมภาษณ์ ก่อนหน้านี้ดันมีบริษัทเอกชน..ที่ไม่เอกชนแห่งหนึ่งโทรมาเรียกไปสัมภาษณ์งาน แล้วเสือกเป็นวันเดียวกันกับวันที่สัมภาษณ์ทุนด้วยนะ..โว้วว เตรียมกันระวิง เครียสมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก นั่งปรึกษาเรนส์(แตงโกะจัง) อยู่สองสามวันว่าสัมภาษณ์ยังไงดี พอวันจริง ไปซัดเข้าให้สองที่พร้อมกัน ..... โอ้โหว... สัมภาษณ์ห่วยแตกสุนัขไม่รับประทานทั้งคู่เรยค้า กลับบ้านเศร้าใจเป็นอย่างหนัก...ท้อสุดๆ.. วันต่อมา บริษัทที่ว่าเสือกมาบอกผลว่าสัมภาษณ์งานไม่ผ่านอีก เฟลอีกห้าตลบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ณ จุดๆนั้นแทบร้อง จบสิ้นกันนนน แค่งานบริษัทยังไม่ได้ แล้วทุนกูจะเอาที่ไหนไปได้เนี่ยย

แต่หลังจากนั้นพอวันรุ่งขึ้น.. ก็ได้รู้ผลสัมภาษณ์ทุน ...ถึงกับต้องร้องว่า "เย้วววววววววววววววววววววววววววววววววววว" ดีใจ เย ...... (ภายหลังมารู้ว่าทุนแม่งไม่ได้วัดกันที่สัมภาษณ์ แต่วัดกันที่ภาษาอังกฤษ (พอดีคนที่ยื่นแม่งก็เกรดพอๆกัน เลยไม่ได้วัดเกรด) เลยได้แต่ร้องอ๋อ... จริงๆก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากหรอกนะ (มีแต่ที่สั่งสมมาจากภาคที่แล้ว ตะลุยแดนอเมริกา) แต่ก็มีผลโทเฟลที่ผ่าน แต่คนอื่นยังไม่ได้สอบโทเฟลเลย (อ้าว นั่นกูโดนอาจารย์หลอกให้สอบคนเดียวสิ) เหมือนกับว่า พร้อมที่สุด ว่างั้นเหอะ เค้าก็เลยให้ เป็นคนแรก) เอาจริงๆ ก็แค่นี้แหล่ะ ความพยายามทั้งหมดที่ต้องใช้ในการได้ทุนมา... พึ่งโชคมากกว่า... เกิดอยู่ดีๆทุนนี้กระแดะวัดกันที่สัมภาษณ์ก็ชวดอ่ะ เพราะไม่เก่ง แง 

 

ที่จริงชีวิตตอนนั้นมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก ตระเวนไปสัมภาษณ์งานแล้วไม่ได้มาหลายที่เหมือนกัน แต่ก็รู็สึกว่า เพราะอดทน และเตรียมตัวดี ก็เลยมีโอกาส .... ดีใจ

 

พอได้ทุนแล้วรู้ที่มาของทุนก็รู้ว่านี่มันโชคชัดๆ ทุนนี้เป็นทุนรัฐบาลสวีเดน ที่ทำสัญญากับไทยไว้ตอนซื้อ Gripen รอบที่แล้ว (ส่วนที่มันการเมืองกันอยู่รอบนี้ ไม่เกี่ยวกะนู้ววว) 

 

เค้าให้มาประมาณเกือบร้อยทุน ส่วนใหญ่กระจายให้เด็กในกองทัพอากาศและกองทัพอื่นๆ พลเรือนไม่ค่อยได้ แต่ก็มีแบ่งมา เก้าทุน (สามปี) ผ่านทางมูลนิธิอานันทมหิดล เอามาให้วิศวะจุฬาอีกทีซึ่งก็คือส่วนที่นู๋ได้ แล้วทุนนี้มันก็มีแค่สามปี คือปีที่แล้ว ปีนี้ และปีหน้า มันใหม่ เลยไม่มีใครสนใจ มันเลยไม่มีใครแย่ง!!! แถมประชาสัมพันธ์ก็น้อย เพราะรู้เรื่องแค่จากที่อาจารย์ส่งเมลล์มาให้สองเมลล์ ...ถ้าไม่เช็คเมลล์ก็อด แถมไม่รู้มาก่อนว่ามี และก็ไม่มีใครรู้ว่ามี แล้วก็ไม่รู้ว่ามี เย ....... ทุนนี้ถึงจะได้ง่ายกว่าเด็กอานันทั่วไป (ที่ต้องซัดกันเกรียนนิยมอันดับหนึ่ง) และก็ได้แค่ปีละคน แย่งกันหัวแตก (แต่อันนั้นเค้าก็ได้ถึงปริญญาเอก) แต่ก็ได้ชื่อเด็กทุนอานันเหมือนกันนะ เย้วๆ เอาไว้ใช้ตอนไปสมัครงานที่หลัง ฮ่าๆๆ แค่นี้มันดูหรูหรา... จริงๆก็ไม่ได้ใช้เงินจากมูลนิธิฯด้วย แต่เงินมาจากรัฐบาลสวีเดน เพราะฉะนั้นอย่ามาด่าว่าเดี๊ยนเอาภาษีประชาชนไปใช้ ทำไมไม่กลับมาทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ...... คือจะบอกว่าไม่ใช่ไม่อยากทำนะ แต่ทำได้แค่นี้แหล่ะ ตอนนี้อ่ะ ฮ่าๆๆๆ

 

ส่วนมหาลัยที่ไปเรียนต่อ ก็คือ Chalmers university of technology (อันนี้เค้าเลือกมาให้) สาขาวิชา Product Development (อันนี้เค้าก็เลือกมาให้).... มันเป็นยังไงไม่รู้ อยากรู้ต้องติดตามต่อๆไป พร้อมๆกัน 

 

ป.ล. วันนี้มีเรื่องประหลาด เพราะมะวานไปถอยเค้กนมสดกาโต้วเฮาส์ที่ตอนนี้หนึ่งแถมหนึ่งมาโดน มาถึงก็ตัดแบ่งแช่ไว้ที่ตู้เย็นล่าง

 

วันนี้ตื่นเช้ามาเปิดตู้เย็นชั้นบน (คือชั้นสอง ...คือคนละตู้เย็นกัน) แล้วก็เห็นว่ามีเค้กถูกแบ่งออกมาชิ้นนึงแช่ไว้ .... พอไปเข้าห้องน้ำซักพักเดินเข้าห้องนอน ก็เห็นแม่กำลังเจี๊ยะเค้กอยู่ .... ไม่ได้สนไร .... ออกไปเที่ยวข้างนอก กลับมาตอนเย็น เปิดตู้เย็นบน เห็นเค้กสองชิ้นที่ถูกตัดแบ่งแช่แข็งไว้ ก็เลยเอาออกมากิน ชิ้นนึง แล้วก็เอาไปเก็บไว้ที่เดิม ... พอก่อนนอนเปิดตู้เย็นบนหาน้ำกินอีกที ทำไมมีเค้กสามชิ้นวะ!!! นี่ตู้เย็นบ้านกูมีระบบทรานสเฟอร์เค้กจากชั้นล่างมาชั้นบนหรืออย่างไร แดกเท่าไหร่ก็ไม่ลด หลอน .. อร่อย

 

  

 

Comment

Comment:

Tweet

ฝ่าฟันมรสุมมากมาย
ในที่สุด!!!!
ยินดีด้วยนะจ๊ะ :)

ตั้งใจเรียนๆ
ขอให้ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมายน่อ ^^

#3 By [sani] on 2010-07-29 04:12

ถึงว่าตอนปีสี่จึงไม่ค่อยว่าง เพราะอย่างนี้นี่เอง
ยิเก่ง ชื่นชมยิ

ปล ถ่ายรูปหนุ่มผมทองมาฝากด้วยนะครัฟ
ปลล อยากแดกเค้ก

#2 By plariex on 2010-07-28 18:21

กร๊าก อ่านแล้วทรหดอดทนมาก น้องแพรหรี่ยินดีด้วย

ผัวเองก็เคยสนทุนอานันต์ แต่แม่งไม่มีสถาปัตย์และไม่ให้ข้ามคณะ เจริญพรมาก แถมถ้าได้เกรียนนิยมอันดับสองต้องสอบภาษาอีกมากมายก่ายกอง orz

ดีแล้วไปเรียนต่อซะแล้วอย่าลืมหิ้วหนุ่มสวีเดนกลับมาฝากซักคนสองคนนะ (เผื่อเลือก 55555)

#1 By n a i r on 2010-07-28 13:14